2006/Jan/07

อย่างที่หัวไดฯ กล่าวไว้นะคับ วันนี้เป็นวันสำคัญวันนึง คือเป็น "วันพระวันแรกของปีใหม่" นี้

กิมจิไปเจอบทความข้างล่างนี้ จากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เนื้อหาน่าสนใจมาก เลยยกมาให้ได้อ่านกันคับ

วันพระ....มารักษาศีลแปดกันเถอะ
โดย คนเก่า
เป็นประเพณีของชาวพุทธตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ที่อย่างน้อยจะรักษาศีล 8 กันในวันพระ หรือวันอุโบสถ และเรียกขานศีล 8 ในลักษณะนี้ว่าอุโบสถศีล และคงด้วยเหตุนี้กระมังที่ชาวล้านนาเรียกวันพระเป็นคำเมืองว่า วันศีล

หลวงพ่อเคยเล่าถึงอานิสงส์ของการรักษาอุโบสถศีลแม้เพียงครึ่งวันของคนงานในบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้เป็นถึงรุกขเทวดาผู้มีฤทธิ์ใหญ่

แต่ถ้าเราพยายามรักษาศีลเพียงเพื่ออานิสงส์ผลบุญ ก็อาจเปรียบได้เหมือนคนซื้อของมา 100 แต่ใช้เป็นอยู่ 5 บาท นับว่าน่าเสียดายยิ่ง อีกทั้งการรักษาศีลนั้นก็จะเป็นของหนัก ต้องอดทนฝืนใจ ชวนให้เลิกร้างเข็ดหลาบ

จึงอยากชักชวนให้รักษาศีลกันอย่างให้ได้อานิสงส์เต็ม 100 แถมยังเบาจิตเบาใจ เป็นสุข สมกับเป็นผู้เข้าถึงศีลถึงธรรม

ศีลนั้นก็เปรียบเหมือนกฎหมาย

การที่รัฐจะตรากฎหมายขึ้นบังคับใช้ ต้องมีปัญหา หรือรู้ว่าจะมีปัญหา จึงต้องการที่จะป้องกันปัญหาโดยตรากฎหมายนั้นๆขึ้นมา สิ่งนี้คือจุดประสงค์ของกฎหมาย

ฉะนั้นหากพลเมืองรู้หลัก รู้จุดประสงค์ของกฎหมาย และปฏิบัติกันเป็นปกติ การกระทำผิดกฎหมายก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องรู้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายก็แทบจะไม่จำเป็นเลย

ฉันใดก็ฉันนั้น หากรู้ชัดถึงเป้าหมายของศีลและปฏิบัติตนเพื่อเป้าหมายนั้นอย่างซื่ออย่างตรง ศีลก็จะบริสุทธิ์เป็นธรรมชาติอย่างไม่ต้องฝืนระวัง

เป้าหมายของศีล 8 คืออะไร

หากพิจารณาข้อจำกัดที่เพิ่มมาจากศีล 5 ดีๆ ก็จะพบว่าสิ่งที่เพิ่มมานั้นเป็นการสำรวมสังวรอินทรีย์ ไม่ให้เพลิดไปกับสัมผัสต่างๆ ฉะนั้นศีล 8 ก็คือเครื่องมือในการขัดเกลาขจัดกิเลสนั้นเอง ผู้ที่มีเป้าหมายนี้มั่นคงอยู่ในใจเข้ารักษาศีล 8 ก็เปรียบดังผู้ที่จะซื้อของ 100 บาทและรู้ชัดถึงประโยชน์ของสินค้านั้น ตั้งใจจะใช้ประโยชน์ได้ทั้ง 100 บาท

หลวงปู่มั่นเคยตอบคำถาม รักษาศีลทั้ง 227 ข้ออย่างไรให้บริสุทธิ์ว่า ท่านรักษาข้อเดียว คือรักษาใจ

ทั้งยังมีการอรรถาธิบายขยายความอย่างเกี่ยวเนื่องว่า ผู้ปฏิบัติธรรมพึงปฏิบัติตนดังคนจับเ หี้ย 6 รู โดยอุดปิดไว้ 5 รูให้เหลือรูเดียว แล้วคอยเฝ้าแต่รูที่เปิดไว้ ก็จะจับเ หี้ยได้โดยง่าย

5 รูที่ปิด คือ การสัมผัสทั้ง 5 มี รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูที่ 6 คือ ใจ

เมื่อน้อมนำธรรมะที่หลวงปู่เมตตาแสดงไว้มาประยุกต์ใช้กับการรักษาศีล 8 ที่เป้าหมายของศีลคือการขัดเกลาขจัดกิเลสแล้ว ก็จะเห็นว่า ที่แท้การปฏิบัติธรรมกับการรักษาศีล 8 นั้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติธรรมจะรักษาศีล 8 อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่าต้องฝืนต้องบังคับ โดยผู้รักษาศีลมีเป้าหมายจะเพียรหยุดยั้งการกำเริบกิเลสที่ใจทันที

ประดุจบุรุษผู้เพียรจับเ หี้ย 6 รู แม้ตาไม่เห็นรูป จมูกไม่ได้กลิ่น หูไม่ได้ยิน ลิ้มไม่ได้รับรส กายไม่ได้สัมผัส ผู้ปฏิบัติย่อมตั้งสติระวังมิให้เกิดการปรุงแต่งขึ้นที่ใจ เช่น หากระลึกนึกถึงสิ่งเร้ากระตุ้นกิเลส อาจเป็นคนรัก อาจเป็นเพลงไพเราะถูกใจ ผู้ปฏิบัติก็พึงระลึกรู้ว่าเป็นสังขารปรุงแต่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม พึงระงับดับไปตั้งแต่ต้นมือ สังขารนั้นก็หยุดอยู่เพียงนั้น ไม่นำไปสู่การกระตุ้นปลุกเร้ากิเลสให้กำเริบรุ่มร้อน

ผิดกับผู้พยายามรักษาศีลอย่างไม่รู้เป้าหมายของศีล ที่รักษาเพียงบทบัญญัติตามตัวอักษร มิได้รักษาที่ใจ เช่น เมื่อเห็นรูปเพศตรงข้ามที่ชอบใจ ก็นำไปปรุงแต่งในเชิงกามราคะจนกำเริบแรงกล้า แล้วต้องฝืนทนเพราะระลึกตนว่ารักษาศีลถือพรรมจรรย์อยู่ หรือเห็นอาหาร ได้กลิ่นอาหาร ก็นึกไปถึงของชอบของอร่อย จนความอยากนั้นกำเริบแรงกล้า และหากเป็นระหว่างยามวิกาล ก็ต้องฝืนทนความหิวความอยากที่ตนปรุงแต่งกระตุ้นให้เกิดขึ้นเองที่ใจอย่างทรมานทั้งกายและใจ อย่างนี้เป็นต้น

......


ดังนั้นแล้ว .... เนื่องในวันพระแรกแห่งปี
เรามารักษาศีลแปดกันเถอะคับ

กิมจิ ณ แสร้งว่าฯ
7 ม.ค. 2549 เวลา 04:33 น.


MIRROR SITE

2006/Jan/06

เรื่องนี้ หากมีใครบอกว่าไม่เคยได้ยิน คงจะเรียกได้ว่า เชยอย่างยิ่งละคับ (ขนาดกิมจิยังเคยได้ยินเลย หุหุ - -") ก็เค้าออกจะโฆษณาบ่อยซะขนาดนั้น

กิมจิก็เลยไปหาซื้อนิยายเรื่องนี้มาอ่าน (จนได้) ... ปกติแล้วกิมจิน่ะไม่ค่อยชอบดูหนังดูละครสักเท่าไหร่หรอกคับ ถ้ามันมีหนังสือให้อ่านได้ เพราะหนังสือน่ะ อ่านอย่างมากก็วันสองวันก็จบแล้ว แต่ถ้าเป็นละครต้องตามดูกันทีเป็นเดือน ๆ เชียว ...

แรกเห็นโฆษณาก็นึกว่า จะต้องเป็นหนังผีน่ากลัว ๆ แต่ที่ไหนได้ ... หึหึ

(ไม่รู้ว่าในละคร จะเหมือนหรือต่างจากในหนังสือแค่ไหนนะคับ)



แต่ก็เป็นเช่นดังในเรื่องจริง ๆ คับ คนเราน่ะเป็นไปตามที่จิตปรารถนา หรือเป็นไปตามแรงอธิษฐาน

คนโบราณเค้าถึงไม่ให้อธิษฐาน หรือแม้แต่สาบานอะไรมั่วซั่วไงคับ

ในสมัยพุทธกาลก็มีเหมือนกัน

ประเภทที่ว่า มีคนเอาจีวรมาถวายพระท่านหนึ่ง ญาติท่านก็นำจีวรนั้นไปทำมาใหม่จนได้เป็นผ้าเนื้อดี สวยสดงดงาม ท่านก็ติดใจ แต่ไม่ทันได้ใส่ เพราะป่วยเสียก่อน แล้วก็ไม่ได้ใส่ เพราะในที่สุดก็มรณภาพ

พอมรณภาพปุ๊บ ด้วยจิตที่ติดใจผ้านั้น ก็เลยไปเกิดเป็นเล็น อาศัยอยู่ในผ้านั้น พอพระภิกษุรูปอื่นมาหยิบผ้านั้นไป (เพราะพระภิกษุองค์ที่เป็นเจ้าของตายแล้ว ผ้านั้นก็ถือว่าไม่มีเจ้าของ เป็นของสงฆ์ไป) เล็นก็ร้องว่าพระรูปนั้นว่า เป็นขโมย ๆๆๆๆ

แต่พระไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงฟังไม่รู้เรื่อง

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ยิน และรู้เรื่อง จึงตรัสสั่งให้พระภิกษุเอาผ้านั้นไปวางคืนที่เดิม เจ็ดวันให้หลังค่อยกลับไปเอา

เจ็ดวันผ่านไป เล็นก็ตาย ด้วยบุญที่ได้บวชเรียนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เล็นตัวนั้นเลยไปเกิดเป็นพรหม (ชั้นไหนไม่ทราบ ... จำไม่ได้)

พระภิกษุถึงไปเอาผ้านั้นมาใช้ได้

อืมมม ... คุยเรื่อง "นางบาป" กลายเป็นเรื่องอื่นอีกแระ -"-
กิมจิเนี่ย หลงประเด็นเรื่อยเชียว

จบดีก่า

2006/Jan/02

บันทึก:: วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๒ ค่ำเดือน ๒

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งคับ

วันนี้ เป็นวันที่คนเค้าสมมติกันว่าเป็นวันดี เป็นวันแห่งการเริ่มต้น แต่ละคนตั้งใจจะเริ่มต้นทำอะไรกันบ้างคับ *^^*

วันปีใหม่นี้ กิมจิก็เริ่มต้นด้วยการไปทำบุญสังฆทาน ( ตอนเช้าว่าจะตื่นไปใส่บาตร แต่เมื่อคืนดึกไปหน่อย ตื่นไม่ไหวคับ แหะ แหะ)

ทำจิตให้ผ่องใสมีความสุข ... แล้วก็ไปฉลองปีใหม่ด้วยก๋วยเตี๋ยวเรือที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
ซู๊ดดดดดดด.....อาหย่อย *^^*

บ่าย บ่าย ก็ไปดู The Cronicle of Narnia (คนเยอะมากคับ นึกว่าคนจะไปต่างจังหวัดกันเยอะ ที่ไหนได้ ในกรุงเทพฯ ก็ยังเยอะเหมือนกัน -"- )

หนังทำได้ดีคับ ไม่ต่างจากหนังสือเท่าไหร่ ในที่สุดก็ได้ดูนะเรื่องนี้ ถ้านับเวลาตั้งแต่เริ่มอ่านหนังสือเรื่องนี้ จนกระทั่งได้มาดูหนังเนี่ย ก็เป็นเวลาอันยาวนาน กว่ายี่สิบกว่าปีเลยนะคับ -"-

หวังว่า มันคงจะมีภาคอื่นต่อนะคับ ... ถ้าจะให้ดีควรจะเป็นตอน "เจ้าชายแคสเปี้ยน" เพราะอารมณ์มันจะได้ต่อเนื่อง

ในตอน "เจ้าชายแคสเปี้ยน" สี่พี่น้องก็ได้กลับไปนาร์เนียอีกครั้ง แต่กลับไปครั้งนี้ เวลาที่นาร์เนียก็ผ่านไปเป็นพันปี ปราสาท แคร์ คาราเวล เหลือแค่ซากปรักหักพัง เรื่องของกษัตริย์ทั้งสี่ ก็กลายเป็นเพียงตำนาน ....

แต่คนในตำนานทั้งสี่นี่ล่ะ จะมาช่วยเจ้าชายแคสเปี้ยนชิงราชบัลลังก์กลับคืนมา

อ่าว... เขียนถึงวันปีใหม่อยู่ดี ๆ มาเป็นเรื่อง Narnia ไปเสียแระ O_o

ครั้นดู The Cronicle of Narnia จบ ก็ฉลองปีใหม่อีกครั้งกับ Zen ด้วย ปลาแซลมอนย่างซีอิ้ว กิมจิชามใหญ่ สุกี้เนื้อ และข้าวหน้าเนื้อแสนอร่อย

และก็เป็นการจบวันปีใหม่ อย่างแสนสุข สนุกสนาน และ อิ่มหมีพีมันคับ *^^*


ถ้า Site นี้ช้า หรือ มีปัญหา ท่านสามารถอ่านได้ที่ Mirror#1 (Diaryis)


กิมจิ
View full profile