อย่างที่หัวไดฯ กล่าวไว้นะคับ วันนี้เป็นวันสำคัญวันนึง คือเป็น "วันพระวันแรกของปีใหม่" นี้
กิมจิไปเจอบทความข้างล่างนี้ จากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เนื้อหาน่าสนใจมาก เลยยกมาให้ได้อ่านกันคับ
วันพระ....มารักษาศีลแปดกันเถอะ
โดย คนเก่า
เป็นประเพณีของชาวพุทธตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ที่อย่างน้อยจะรักษาศีล 8 กันในวันพระ หรือวันอุโบสถ และเรียกขานศีล 8 ในลักษณะนี้ว่าอุโบสถศีล และคงด้วยเหตุนี้กระมังที่ชาวล้านนาเรียกวันพระเป็นคำเมืองว่า วันศีล
หลวงพ่อเคยเล่าถึงอานิสงส์ของการรักษาอุโบสถศีลแม้เพียงครึ่งวันของคนงานในบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้เป็นถึงรุกขเทวดาผู้มีฤทธิ์ใหญ่
แต่ถ้าเราพยายามรักษาศีลเพียงเพื่ออานิสงส์ผลบุญ ก็อาจเปรียบได้เหมือนคนซื้อของมา 100 แต่ใช้เป็นอยู่ 5 บาท นับว่าน่าเสียดายยิ่ง อีกทั้งการรักษาศีลนั้นก็จะเป็นของหนัก ต้องอดทนฝืนใจ ชวนให้เลิกร้างเข็ดหลาบ
จึงอยากชักชวนให้รักษาศีลกันอย่างให้ได้อานิสงส์เต็ม 100 แถมยังเบาจิตเบาใจ เป็นสุข สมกับเป็นผู้เข้าถึงศีลถึงธรรม
ศีลนั้นก็เปรียบเหมือนกฎหมาย
การที่รัฐจะตรากฎหมายขึ้นบังคับใช้ ต้องมีปัญหา หรือรู้ว่าจะมีปัญหา จึงต้องการที่จะป้องกันปัญหาโดยตรากฎหมายนั้นๆขึ้นมา สิ่งนี้คือจุดประสงค์ของกฎหมาย
ฉะนั้นหากพลเมืองรู้หลัก รู้จุดประสงค์ของกฎหมาย และปฏิบัติกันเป็นปกติ การกระทำผิดกฎหมายก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องรู้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายก็แทบจะไม่จำเป็นเลย
ฉันใดก็ฉันนั้น หากรู้ชัดถึงเป้าหมายของศีลและปฏิบัติตนเพื่อเป้าหมายนั้นอย่างซื่ออย่างตรง ศีลก็จะบริสุทธิ์เป็นธรรมชาติอย่างไม่ต้องฝืนระวัง
เป้าหมายของศีล 8 คืออะไร
หากพิจารณาข้อจำกัดที่เพิ่มมาจากศีล 5 ดีๆ ก็จะพบว่าสิ่งที่เพิ่มมานั้นเป็นการสำรวมสังวรอินทรีย์ ไม่ให้เพลิดไปกับสัมผัสต่างๆ ฉะนั้นศีล 8 ก็คือเครื่องมือในการขัดเกลาขจัดกิเลสนั้นเอง ผู้ที่มีเป้าหมายนี้มั่นคงอยู่ในใจเข้ารักษาศีล 8 ก็เปรียบดังผู้ที่จะซื้อของ 100 บาทและรู้ชัดถึงประโยชน์ของสินค้านั้น ตั้งใจจะใช้ประโยชน์ได้ทั้ง 100 บาท
หลวงปู่มั่นเคยตอบคำถาม รักษาศีลทั้ง 227 ข้ออย่างไรให้บริสุทธิ์ว่า ท่านรักษาข้อเดียว คือรักษาใจ
ทั้งยังมีการอรรถาธิบายขยายความอย่างเกี่ยวเนื่องว่า ผู้ปฏิบัติธรรมพึงปฏิบัติตนดังคนจับเ หี้ย 6 รู โดยอุดปิดไว้ 5 รูให้เหลือรูเดียว แล้วคอยเฝ้าแต่รูที่เปิดไว้ ก็จะจับเ หี้ยได้โดยง่าย
5 รูที่ปิด คือ การสัมผัสทั้ง 5 มี รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูที่ 6 คือ ใจ
เมื่อน้อมนำธรรมะที่หลวงปู่เมตตาแสดงไว้มาประยุกต์ใช้กับการรักษาศีล 8 ที่เป้าหมายของศีลคือการขัดเกลาขจัดกิเลสแล้ว ก็จะเห็นว่า ที่แท้การปฏิบัติธรรมกับการรักษาศีล 8 นั้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติธรรมจะรักษาศีล 8 อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่าต้องฝืนต้องบังคับ โดยผู้รักษาศีลมีเป้าหมายจะเพียรหยุดยั้งการกำเริบกิเลสที่ใจทันที
ประดุจบุรุษผู้เพียรจับเ หี้ย 6 รู แม้ตาไม่เห็นรูป จมูกไม่ได้กลิ่น หูไม่ได้ยิน ลิ้มไม่ได้รับรส กายไม่ได้สัมผัส ผู้ปฏิบัติย่อมตั้งสติระวังมิให้เกิดการปรุงแต่งขึ้นที่ใจ เช่น หากระลึกนึกถึงสิ่งเร้ากระตุ้นกิเลส อาจเป็นคนรัก อาจเป็นเพลงไพเราะถูกใจ ผู้ปฏิบัติก็พึงระลึกรู้ว่าเป็นสังขารปรุงแต่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม พึงระงับดับไปตั้งแต่ต้นมือ สังขารนั้นก็หยุดอยู่เพียงนั้น ไม่นำไปสู่การกระตุ้นปลุกเร้ากิเลสให้กำเริบรุ่มร้อน
ผิดกับผู้พยายามรักษาศีลอย่างไม่รู้เป้าหมายของศีล ที่รักษาเพียงบทบัญญัติตามตัวอักษร มิได้รักษาที่ใจ เช่น เมื่อเห็นรูปเพศตรงข้ามที่ชอบใจ ก็นำไปปรุงแต่งในเชิงกามราคะจนกำเริบแรงกล้า แล้วต้องฝืนทนเพราะระลึกตนว่ารักษาศีลถือพรรมจรรย์อยู่ หรือเห็นอาหาร ได้กลิ่นอาหาร ก็นึกไปถึงของชอบของอร่อย จนความอยากนั้นกำเริบแรงกล้า และหากเป็นระหว่างยามวิกาล ก็ต้องฝืนทนความหิวความอยากที่ตนปรุงแต่งกระตุ้นให้เกิดขึ้นเองที่ใจอย่างทรมานทั้งกายและใจ อย่างนี้เป็นต้น
......
ดังนั้นแล้ว .... เนื่องในวันพระแรกแห่งปี
เรามารักษาศีลแปดกันเถอะคับ
กิมจิ ณ แสร้งว่าฯ
7 ม.ค. 2549 เวลา 04:33 น.

อืมมม ... คุยเรื่อง "นางบาป" กลายเป็นเรื่องอื่นอีกแระ -"-